2012年3月5日星期一

การศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษร“阝”เป็นตัวประกอบ

ชื่อผู้นิพนธ์                           นางสาวเบญจพร  สมภาวะ
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา            อาจารย์วกุล  นิมิตโสภณ
ชื่อสารนิพนธ์ภาษาไทย       :  การศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษร เป็นตัวประกอบ
ชื่อสารนิพนธ์ภาษาอังกฤษ  : A study of radical in Chinese characters
ชื่อสารนิพนธ์ภาษาจีน         : 作为部件的汉字研究

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง :  การศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ
คำสำคัญ: หมวดนำ,  ความหมาย, คำศัพท์, ตัวอักษร, ความหมายของตัวอักษร

                การศึกษาวิจัยนี้เป็นการศึกษาตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของตัวอักษรจีน  ศึกษาความหมายและโครงสร้างของตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  ซึ่งจากการวิจัยครั้งนี้ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากหนังสือพจนานุกรม จีน-ไทย (ฉบับย่อ โดยเธียรชัย  เอี่ยมวรเมธ) โดยนำคำศัพท์ที่ใช้ตักษรเป็นตัวประกอบ จำนวน 174 ตัวอักษร มาทำการศึกษาวิเคราะห์เพื่อทราบถึง ความหมายและโครงสร้างของตัวอักษรจีนที่มีตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้นำตัวอักษรเดี่ยวสองตัวมาประกอบกันเพื่อให้เกิดอักษรใหม่ขึ้น  จำนวนตัวอักษรที่นำมาศึกษา จำนวน 174 ตัวอักษร นำตัวอักษรดังกล่าวแบ่งออกเป็น  2  กลุ่ม  ดังนี้
                1.  วิเคราะห์ตามความหมาย  สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ
                                1.1  ความหมายตรง    คิดเป็น 33  เปอร์เซ็นต์
                                1.2  ความหมายแผลง  คิดเป็น 60  เปอร์เซ็นต์
                                1.3  ความหมายแฝง    คิดเป็น 5  เปอร์เซ็นต์
                2.  วิเคราะห์ตามโครงสร้าง  สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ
                                2.1 โครงสร้างประกอบ (ซ้าย)  คิดเป็น  43 เปอร์เซ็นต์
                                2.2  โครงสร้างประกอบ (ขวา)  คิดเป็น  49  เปอร์เซ็นต์
                                2.3  โครงสร้างด้านล่าง            คิดเป็น  2  เปอร์เซ็นต์
                                2.4  โครงสร้างด้านใน             คิดเป็น   4  เปอร์เซ็นต์
                ผลจากการวิจัย  พบว่าตัวอักษร มีลักษณะและวิธีการสร้างที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ  ทำให้ทราบถึงความหมายของตัวอักษรสามารถแบ่งได้หลายประเภท  อาจอยู่ในรูปของความหมายตรง  ความหมายแผลง  และความหมายแฝง  จึงทำให้เกิดเป็นคำใหม่และความหมายใหม่ขึ้นมา  โดยพื้นฐานของความหมายตัวอักษรใหม่ก็ยังคงความหมายเดิมของตัวอักษรทำให้ผู้เรียนสามารถเดาความหมายและเสียงได้  นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างบอกตำแหน่งในการประกอบตัวอักษร  แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่ต่างกัน บางตำแหน่งบอกในเรื่องของเสียง  บางตำแหน่งบอกในเรื่องของความหมาย  และยังมีบางตำแหน่งไม่บอกอะไรเลย  การศึกษาเรื่องตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สนใจและผู้ที่กำลังศึกษา สามารถนำเป็นแนวทางในการเรียนการสอนภาษาจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

摘要


题目:  作为部件的汉字研究
关键词:  部首意义、生词、汉字 意义

       本文研究是对以作为部件的汉字进行研究, 研究汉字的演化, 研究作为部件的汉字结构和意义研究者认为此次的研究用来作为教学参考。本研究使的资料自杨川编译《现代泰词典》(简体字版)共收集。研究方法是对174作为部件的汉字判别分析意义,以了解汉字结构和意义
      通过对174作为部件的汉字判别种类分析意义,发现其可以分为两
      (一)分析汉字的意义
           (一)汉字  ”意义类別相同33 %
           (二)汉字  意义类別不同60 %
           (三)新汉字与原意类似, 但有些不同 5 %
            )分析汉字的结构
           (一)汉字结构左边  41 %
           (二)汉字结构右边占  49 %
           (三)汉字结构下边  2 %
           (四)汉字结构内部  4 %
       研究作为部件发现 ,有自身特点和造字方法。在汉字结构方面,“可以做形旁、声旁或对汉字声音和意义的影响。在汉字的意义方面, 汉字有很多意义: 汉字  ”意义类別相同汉字  意义类別不同新汉字与原意类似, 但有些不同这次研究使学生简单地猜测 汉字的意义 ,虽然有些不可以猜测,但汉字有  80% 是复合汉字可以推测出意义与声音。研究可以作为发展教学参考和资料。

บทที่ 5  弟五章
สรุปผลการวิจัย  ปัญหาอุปสรรค  และข้อเสนอแนะ
研究成果、问题阻碍及建议

การศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนประกอบ  การศึกษาในครั้งนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างและความหมายของตัวอักษรมีจำนวนตัวอักษรทั้งหมด  174 ตัวอักษร  จุดประสงค์ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อนำผลการเรียนการสอนภาษาจีน  เมื่อผู้วิจัยได้ทำการศึกษาทำให้ทราบถึงวิวัฒนาการความเป็นมาของตัวอักษร  การผสมกันระหว่างอักษรเดี่ยวสองตัว ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรที่มีความหมายใหม่  และในแต่ละตำแหน่งของตัวอักษรที่แตกต่างกัน บางตำแหน่งบอกเสียง บางตำแหน่งบอกความหมาย  และบางตำแหน่งไม่บอกอะไรเลยเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น จากการศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรที่มีตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  ผู้วิจัยได้ทำการสรุปผลการศึกษา เพื่อบอกถึงปัญหา  อุปสรรค  และข้อเสนอแนะต่างๆ  ซึ่งสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้
5.1 สรุปผลการวิจัย 研究成果
5.2  ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิจัย研究问题阻碍)
5.3  ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป研究建议)

5.1 สรุปผลการวิจัย 研究成果
               การศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรที่ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนประกอบ  จำนวนตัวอักษรที่ศึกษามีทั้งหมด  174  ตัวอักษร   สามารถแบ่งกลุ่มข้อมูลการศึกษาวิเคราะห์ออกเป็นตามกลุ่มความหมายคือ ความหมายตรง  ความหมายแผลง  ความหมายแฝง ตามโครงสร้างคือ โครงสร้างข้าประกอบ (ซ้าย) โครงสร้างข้าประกอบ (ขวา) โครงสร้างประกอบด้านล่าง  โครงสร้างประกอบด้านใน ซึ่งสามารถสรุปผลวิจัยได้ดังนี้
                5.1.1  การวิเคราะห์ตามกลุ่มของความหมายของตัวอักษร(分类汉字的意义)
                5.1.1.1  ความหมายตรง  (新汉字与  意义类別相同)(จำนวนข้อมูล 62 ตัวอักษร)  เป็นกลุ่มตัวอักษรที่มีความหมายเหมือนและใกล้เคียงมากที่สุดในจำนวนร้อยละ 33   ของกลุ่มข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด 186 ตัวอักษร )
                (1)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับเขตการปกครอง(有关管辖区意思词)  คือจำนวนข้อมูล 54 ตัวอักษรในภาพรวมแล้วมีความหมายเหมือนและใกล้เคียงมากที่สุด  คิดเป็นร้อยละ 87   ของกลุ่มความหมายตรง
                (2)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับเนินเขา ภูเขา  ลักษณะภูมิประเทศ有关 ,地势意思词) )  คือจำนวนข้อมูล 8 ตัวอักษร54 ตัวอักษรในภาพรวมแล้วมีความหมายเหมือนและใกล้เคียงมากที่สุด  คิดเป็นร้อยละ 12   ของกลุ่มข้อมูลความหมายตรง                                                                         จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์ประเภทของข้อมูลโดยแบ่งกลุ่มตามความหมายของตัวอักษรที่เป็นความหมายตรง  เมื่อพิจารณาพบว่าตัวอักษรจีนที่มีความหมายเกี่ยวกับเขตการปกครองมีความหมายมากที่สุด
                                 5.1.1.2  ความหมายแผลง  新汉字与意义类別不同 (จำนวนข้อมูล 113 ตัวอักษร)  เป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 60 ของกลุ่มข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด 186 ตัวอักษร )
                                                (1)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับชื่อ สกุลของคนจีน有关 中国人的名姓意思词)   คือจำนวนข้อมูล 40 ตัวอักษร ในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 35  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (2)ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับเสียงหรือคำพูด有关 声音和话意思词 ) คือจำนวนข้อมูล 7 ตัวอักษร ในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 6  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (3)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก有关 心情意思词)คือจำนวนข้อมูล 9 ตัวอักษร ในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 7  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (4)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับพฤติกรรม有关 举动意思词)คือจำนวนข้อมูล 9 ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 7  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (5)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับ ไม่ดี有关 不好意思词 )คือจำนวนข้อมูล 5 ตัวอักษร ในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 4  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (6)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับไวยากรณ์有关 语法意思词 )คือจำนวนข้อมูล 6 ตัวอักษร  ในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 5  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (7)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับบันได有关 楼梯意思词 )คือจำนวนข้อมูล 4 ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 3  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (8)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับกำแพง有关 意思词 ) คือจำนวนข้อมูล 3 ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 2  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (9)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับทาง有关 意思词)คือจำนวนข้อมูล 2ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ1   ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (10)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับน้ำ有关 意思词)คือจำนวนข้อมูล 3 ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ2  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                                                (11)  ตัวอักษรที่มีความหมายหลากหลาย有关 多重意思词)คือจำนวนข้อมูล 49 ตัวอักษรในภาพรวมเป็นกลุ่มของตัวอักษรความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจำนวนร้อยละ 43  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแผลง
                จากการศึกษาวิเคราะห์การจัดแบ่งประเภทของข้อมูลโดยแบ่งตามกลุ่มความหมายของตัวที่เป็นความหมายแผลง  เมื่อพิจารณาตามกลุ่มของความหมายแผลงพบว่ากลุ่มตัวอักษรที่มีความหมายหลากหลาย มีจำนวนมากที่สุด  และกลุ่มที่มีจำนวนน้อยที่สุดคือ  ความหมายเกี่ยวกับทาง
                                 5.1.1.3  ความหมายแฝง  新汉字与原意类似,  但有些不同 (จำนวนข้อมูล 11 ตัวอักษร)  ความหมายที่เป็นนัยไม่แสดงความหมายที่เป็นจริงออกมาจำนวนร้อยละ 5  ของกลุ่มข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนข้อมูลที่ศึกษาทั้งหมด 186 ตัวอักษร )        
                (1)  ตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับราชการ有关 公务意思词)คือจำนวนข้อมูล 2 ตัวอักษรในภาพรวมแล้วมีความหมายที่เป็นนัยไม่แสดงความหมายที่เป็นจริงออกมาจำนวนร้อยละ 18   ของกลุ่มข้อมูลความหมายแฝง
                 (2)  ตัวอักษรเกี่ยวกับความชัน, ภูเขา有关 意思词) คือจำนวนข้อมูล 4 ตัวอักษรในภาพรวมแล้วมีความหมายที่เป็นนัยไม่แสดงความหมายที่เป็นจริงออกมาจำนวนร้อยละ 36  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแฝง
                (3)  ตัวอักษรที่มีความหมายหลากหลาย有关 多重意思词)คือจำนวนข้อมูล 5 ตัวอักษรในภาพรวมแล้วมีความหมายที่เป็นนัยไม่แสดงความหมายที่เป็นจริงออกมาจำนวนร้อยละ 45  ของกลุ่มข้อมูลความหมายแฝง
                จากข้อมูลที่ได้จาการศึกษาวิเคราะห์การแบ่งประเภทของข้อมูลโดยแบ่งตามกลุ่มความหมายของตัวอักษรที่เป็นความหมายแฝง  เมื่อพิจารณาตามกลุ่มความหมายแฝง  พบว่ากลุ่มที่มีความหมายหลากหลาย  มีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มที่มีความหมายเกี่ยวกับความชัน, แสง  และกลุ่มตัวอักษรที่มีความหมายเกี่ยวกับราชการมีจำนวนน้อยที่สุดในบรรดาความหมายแฝง
            สรุปผลจากการแบ่งข้อมูลตามความหมายของตัวอักษร(研究成果分析汉字的意义)ในการศึกษาข้อมูลตัวอักษรเมื่อนำมาผสมกับอักษรเดี่ยวอีกตัวมาผสมกันที่มีความหมายต่างกัน ส่วนใหญ่จะมีความหมายที่ไม่สัมพันธ์กันกับตัวอักษรและการผสมกันระหว่างตัวอักษรเดี่ยว  ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรใหม่ที่มีความหมายใหม่ขึ้นมา
                 5.1.2  ผลการวิเคราะห์โครงสร้างของตัวอักษร   研究成果分析汉字的结构
                5.1.2.1  โครงสร้างประกอบ (ซ้าย)  汉字结构左边 (จำนวนข้อมูล 75 ตัว)  เป็นโครงสร้างประกอบ (ซ้าย) มีหน้าที่แสดงความหมาย  และไม่แสดงความหมายให้กับตัวประกอบจำนวนร้อยละ41    ของกลุ่มที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนตัวอักษรที่ศึกษามีทั้งหมด  174  ตัวอักษร)
                                                (1)  แสดงความหมาย(有意思)คือจำนวนข้อมูล 5 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ6 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)ที่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบ(ซ้าย)  พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่แสดงความหมายน้อยรองลงมาจากโครงสร้างประกอบ(ซ้าย) ที่ไม่แสดงความหมาย    เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)
                                                (2)  ไม่แสดงความหมาย(沒有意思)คือจำนวนข้อมูล 70 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ 93 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)ที่ไม่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)  พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่ไม่แสดงความหมายมากที่สุด  เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)
               5.1.2.2  โครงสร้างประกอบ (ขวา)   汉字结构右边  (จำนวนข้อมูล 86 ตัว)  เป็นโครงสร้างประกอบ (ขวา) มีหน้าที่แสดงความหมาย  และไม่แสดงความหมายให้กับตัวประกอบจำนวนร้อยละ 49 ของกลุ่มที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนตัวอักษรที่ศึกษามีทั้งหมด  174  ตัวอักษร)
                                (1)  แสดงความหมาย(有意思)คือจำนวนข้อมูล 46 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ 53 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบ (ขวา)ที่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบ (ขวา)  พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่แสดงความหมายมากที่สุด  เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบ (ขวา)
                                (2)  ไม่แสดงความหมาย(沒有意思)คือจำนวนข้อมูล 40 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ46 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบ (ขวา)ที่ไม่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบ(ขวา)  พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่แสดงความหมายน้อยรองลงมาจากโครงสร้างประกอบ(ขวา) ที่แสดงความหมาย    เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบ (ขวา)
                                 5.1.2.3  โครงสร้างประกอบด้านล่าง  汉字结构下边  (จำนวนข้อมูล 5 ตัว)  เป็นโครงสร้างด้านล่าง มีหน้าที่แสดงความหมาย  และไม่แสดงความหมายให้กับตัวประกอบจำนวนร้อยละ 2 ของกลุ่มที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนตัวอักษรที่ศึกษามีทั้งหมด  174  ตัวอักษร)
                                (1)  ไม่แสดงความหมาย(沒有意思)คือจำนวนข้อมูล 5 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบด้านล่างที่ไม่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบด้านล่าง พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่ไม่แสดงความหมายมากที่สุด  เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบด้านล่าง
                5.1.2.4  โครงสร้างประกอบด้านใน  汉字结构内边  (จำนวนข้อมูล 8 ตัว)  เป็นโครงสร้างด้านในมีหน้าที่แสดงความหมาย  และไม่แสดงความหมายให้กับตัวประกอบจำนวนร้อยละ4  ของกลุ่มที่ศึกษาทั้งหมด  (จำนวนตัวอักษรที่ศึกษามีทั้งหมด  174  ตัวอักษร)
                                (1)  แสดงความหมาย(有意思)คือจำนวนข้อมูล 1 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ 12 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบด้านในที่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบด้านใน พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่แสดงความหมายน้อยรองลงมาจากโครงสร้างประกอบด้านในที่ไม่แสดงความหมาย  เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบด้านใน
                                (2)  ไม่แสดงความหมาย(沒有意思)คือจำนวนข้อมูล 7 ตัวอักษรโดยในภาพรวมความหมายที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวหรือไม่ก็แสดงความหมายคร่าวๆเท่านั้น  คิดเป็นร้อยละ 87 ของกลุ่มข้อมูลโครงสร้างประกอบด้านในที่ไม่แสดงความหมาย  เมื่อพิจารณาตามโครงสร้างประกอบด้านใน พบว่าผลการศึกษาวิเคราะห์อยู่ในระดับจำนวนที่ไม่แสดงความหมายมากที่สุด  เมื่อเปรียบเทียบกันในกลุ่มโครงสร้างประกอบด้านใน
                สรุปผลจากการจัดแบ่งข้อมูลตามโครงสร้างของตัวอักษร研究成果分析汉字的结构)    ตาม     โครงสร้างของตัวอักษรจีนแบ่งโครงสร้างออกเป็น  4  โครงสร้าง คือ  โครงสร้างประกอบ (ซ้าย)     โครงสร้างประกอบ (ขวา) โครงสร้างประกอบด้านล่าง โครงสร้างประกอบด้านใน โครงสร้างทั้งหมดบอกในเรื่องของแสดงความหมายและไม่แสดงความหมาย  จะเห็นได้ว่าโครงสร้างประกอบ (ขวา)จะแสดงความหมายมากที่สุด รองลงมาคือโครงสร้างประกอบ (ซ้าย) โครงสร้างประกอบด้านใน โครงสร้างประกอบด้านล่าง  ตามลำดับ  ส่วนโครงสร้างที่ไม่แสดงความหมายมากที่สุดคือโครงสร้างประกอบ (ซ้าย)  โครงสร้างที่รองลงมาคือ โครงสร้างประกอบ (ขวา) โครงสร้างด้านใน ตามลำดับ ส่วนโครงสร้างด้านล่างไม่แสดงความหมายทั้งหมด
ผลการศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  การศึกษานี้มีตัวอักษรที่ศึกษาทั้งหมด  174 ตัวเมื่อนำคำเหล่านี้มาแบ่งประเภทตามแบ่งประเภทตามกลุ่มความหมาย  พบว่าตัวอักษรที่มีความหมายตรงมีทั้งหมด  62 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ 33 ของจำนวนตัวอักษรที่ศึกษา  ตัวอักษรที่มีความหมายแผลงมีทั้งหมด  113 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ 60 ของจำนวนที่ศึกษา  ตัวอักษรที่มีความหมายแฝงมีทั้งหมด 11 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ 5 ของจำนวนตัวอักษรที่ศึกษา  เมื่อนำมารวมกันปรากฏว่า  มีจำนวนตัวอักษรทั้งหมด 186 ตัวอักษร  ซึ่งจำนวนที่เกินมานี้เป็นจำนวนตัวอักษรที่มีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย  เมื่อนำมาจัดกลุ่มความหมายทำให้มีตัวอักษรจาก 174 ตัวอักษรเพิ่มเป็น 186 ตัวอักษร  ข้อมูลดังที่ได้แบ่งตามกลุ่มของความหมายได้ใช้ตัวอักษรทั้งหมด 186 ตัวอักษร  และโครงสร้างของตัวอักษร  พบว่าตัวอักษรที่เป็น โครงสร้างข้างซ้ายมีทั้งหมด 75 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ43 ของจำนวนตัวอักษรที่ศึกษา  โครงสร้างด้านขวามีตัวอักษรทั้งหมด 86 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ49 ของจำนวนตัวอักษรที่ศึกษา โครงสร้างด้านล่างมีตัวอักษรทั้งหมด 5 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ 2 ของจำนวนตัวอักษรที่ศึกษา  โครงสร้างด้านในมีตัวอักษรทั้งหมด 8 ตัวอักษรคิดเป็นร้อยละ4  ข้อมูลดังที่ได้แบ่งตามกลุ่มของความหมายได้ใช้ตัวอักษรทั้งหมด 174 ตัวอักษร นำข้อมูลที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย  และได้สรุปผลการวิจัยดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
   5.2  ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิจัย研究问题阻碍)
                 จากการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนประกอบ  ผู้วิจัยได้พบกับปัญหาดังนี้
                   5.2.1  เนื่องจากการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนประกอบ    เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก  ทำให้ข้อมูลในเรื่องนี้มีน้อย  ทั้งในสื่ออินเตอร์เน็ตและหนังสือ  และถ้ามีข้อมูลในหนังสือและในอินเตอร์เน็ตก็ไม่ตรงกัน
                  5.2.2 เนื่องจากการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนประกอบ  คำศัพท์บางคำจะมีเฉพาะระบบตัวเต็มเท่านั้น  จึงทำให้ผู้วิจัยเกิดความสับสนในส่วนนี้
                 5.2.3  เนื่องจากการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  มีจำนวนที่ศึกษาทั้งหมด 174 ตัวอักษร  แต่เมื่อศึกษาและได้จัดแบ่งประเภทของข้อมูล ได้มีข้อมูลมากกว่าที่กำหนดทำให้เกิดความคลาด
เคลื่อนในส่วนนี้
5.3  ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป研究建议)
           จากการทำวิจัยในหัวข้อนี้  ผู้วิจัยได้ศึกษาตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ  พบข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาครั้งต่อไปดังนี้
         5.3.1  ควรศึกษาเรื่องปัญหาการศึกษาวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ใช้ตัวอักษรเป็นตัวประกอบ 
        5.3.2  ควรจะขยายกลุ่มของตัวอักษรจีนให้มากขึ้น เช่นศึกษาในหนังสือเรียน  เอกสารการเรียนการสอน  ภาพยนตร์ และอื่นๆเพิ่มเติม เนื่องจากผู้วิจัยได้ศึกษาคำศัพท์ที่มีในพจนานุกรมเท่านั้น

没有评论:

发表评论