2012年3月6日星期二

การศึกษาปัญหาการใช้คำกริยาวิเศษณ์ คำว่า “又” และ “再” ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ผู้จัดทำ นางสาวจุฬาลักษณ์ โพธิ์พา
อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.เมชฌ  สอดส่องกฤษ 
อาจารย์เจ้าของภาษา 邹桂娇


บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง  :   การศึกษาปัญหาการใช้คำกริยาวิเศษณ์  คำว่า    และ      ของนักศึกษาชั้นปีที่  4 สาขาภาษาจีน   คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

คำสำคัญ :  ไวยากรณ์ , ภาษาจีน,  ปัญหา,  คำกริยาวิเศษณ์ในภาษาจีน,  คำกริยาวิเศษณ์  ,  

งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการใช้ คำกริยาวิเศษณ์  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาภาษาจีน  คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 35  คน  โดยการแจกแบบทดสอบ  เก็บรวบรวมข้อมูล  แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ  เพื่อนำผลวิจัยที่ได้มาเป็นแนวทาง  แก้ไข  และพัฒนาการเรียนของนักศึกษา  สาขาภาษาจีน  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                ผลการวิจัยพบว่านักศึกษามีปัญหาการใช้  คำกริยาวิเศษณ์  ตามสภาพแห่งการกระทำต่างๆไม่ถูกต้อง ซึ่งสภาพแห่งการกระทำที่ผิดมากที่สุด  คือ  ใช้ในประโยคปฏิเสธหรือในประโยคย้อนถาม มีความหมายในการเสริมน้ำเสียง ซึ่งใช้ คำกริยาวิเศษณ์  ตัวอย่างประโยค  คือ   他又不是什么生客,还用你老陪着吗?  นักศึกษาตอบผิดมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 95  ถ้าคิดเป็นภาพรวมของปัญหาการใช้  คำกริยาวิเศษณ์  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาภาษาจีน  คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 35  คน  คือ  นักศึกษาใช้  คำกริยาวิเศษณ์  เฉลี่ยแล้วผิด คิดเป็นร้อยละ 76 และค่าเฉลี่ยคนที่ทำถูกคิดเป็นร้อยละ 24 จะเห็นได้ว่าร้อยละที่ทำผิดมากกว่าร้อยละที่ทำถูก  แสดงให้เห็นถึงนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักการใช้  คำกริยาวิเศษณ์

                แนวทางการแก้ไขปัญหา  การใช้คำกริยาวิเศษณ์ของนักศึกษานั้น  ควรศึกษาโครงสร้างประโยค  หลักการใช้คำกริยาวิเศษณ์ ,  ข้อยกเว้นต่างๆของคำกริยาวิเศษณ์และความแตกต่างระหว่างการใช้คำกริยาวิเศษณ์ว่ามีการใช้ที่แตกต่างกันอย่างไร  เพื่อที่จะได้ไม่ใช้ผิด อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนของนักศึกษา สาขาภาษาจีนให้ได้มาตรฐานมากขึ้น

摘要

题目  :  泰国学生使用汉语副词 的问题研究,以乌汶大学人文学院中文专业四年级学生为例

关键词:  语法, 汉语, 问题,  汉语副词, 副词“又”和“再”   

      本文的目的是对副词“又”和“再”的用法及泰国学生在使用过程中出现的问题进行研究。研究方法是对35个乌汶大学人文学院中文专业四年级的学生的问卷调查进行分析,研究成果用来改善泰国学生对副词“又”和“再”的使用,并提高对副词的掌握程度。

研究发现学生在使用副词“又”和“再”时常常出现问题,主要问题是语气情态的错误理解。最多的错误理解是:用在否定句或反问句里,加强语气,要用“又”。比如“他又不是什么生客,还用你老陪着吗?”此类用法学生出现的错误最多,占 95 ﹪。总结学生使用副词“又”和“再”的理解情况,理解错误的占 76﹪ ,理解正确的占 24﹪。调查表明大部分学生还不完全清楚副词“又”和“再”的使用方法。
本文研究结果能够促使学生更加注意此类副词的用法,建议学生应该仔细研究副词“又”和“再”的差别,并对此类结构多加练习,从而提高副词使用的准确程度。 


บทที่ 5 第五章

สรุปผลการวิจัย  ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ

(研究的结论 问题   阻碍   与提出修改建议)



สรุปผลการวิจัย  ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะของผลการวิจัยที่ผ่านมาตั้งแต่บทที่ 1-4 ตลอดระยะเวลาการทำวิจัยเรื่อง  ปัญหาการใช้คำกริยาวิเศษณ์  ,再  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาภาษาจีน  คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  เพื่อที่จะนำไปพัฒนา  แก้ไขปรับปรุงในการเรียนการสอนภาษาจีนต่อไป  โดยจะแยกย่อยเป็นหัวข้อต่างๆดังนี้

                5.1  สรุปผลการวิจัย
               
5.2  แนวทางการแก้ไข
                5.3  ปัญหาและอุปสรรคจากการทำวิจัย
                5.4  ข้อเสนอแนะจากการทำวิจัย



5.1  สรุปผลการวิจัย总结研究的成果
               
จากการศึกษาปัญหาการใช้คำกริยาวิเศษณ์  ,再  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจำนวน 35 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัญหาการใช้คำกริยาวิเศษณ์  ,再  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

          การเก็บข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์และการออกแบบทดสอบนั้น  โดยจะนำเนื้อหาที่เกี่ยวกับการใช้คำกริยาวิเศษณ์  ,再  ที่ได้รวบรวมจาก หนังสือประกอบการเรียน หนังสือไวยากรณ์  พจนานุกรม
และสื่ออินเตอร์เน็ตต่างๆเพื่อออกแบบทดสอบแจกให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 35 คน ได้ทำการทดสอบ หลังจากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาหาค่า

ร้อยละและจึงทำการวิเคราะห์ถึงปัญหาในการใช้คำกริยาวิเศษณ์  ,再  ของนักศึกษา  ซึ่งแบบทดสอบจะมีอยู่ส่วนเดียว คือ ให้เลือกเติมคำกริยาวิเศษณ์ หรือ   ลงในช่องว่างในประโยคที่เว้นไว้ให้ โดยมีทั้งหมด จำนวน 14 ข้อ    มีทั้งหมด 14  วิธีการใช้ด้วยกัน  โดยแบ่งเป็น 

5.1.1  คำกริยาวิเศษณ์มี 8 วิธีการใช้

    5.1.1.1  ใช้ในเหตุการณ์ที่แสดงถึง การหวนกลับมาใหม่ หรือต่อเนื่องกัน

                                5.1.1.2  ใช้ในเหตุการณ์ที่แสดงถึง สภาพหรือลักษณะหลายๆ อย่างได้ดำรงอยู่พร้อมกัน ในเวลา เดียว

                                5.1.1.3  ใช้ในรูปแบบ ความหมายที่กล่าวถึงได้เพิ่มทวีมากขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

                                5.1.1.4  มีความหมายแสดงว่า มีการเสริมนอกขอบเขตบางอย่าง

     5.1.1.5  ใช้ในรูปแบบความหมายที่ว่า นอกเหนือจากจำนวนเต็มยังได้เพิ่มจำนวนเศษ

                อีกด้วย

                   5.1.1.6  ใช้ในเหตุการณ์ที่ เรื่องราวสองเรื่องที่ขัดแย้งกัน (ส่วนมากจะใช้ซ้อนกัน)       
                             5.1.1.7  ใช้ในเหตุการณ์ที่ หักมุมกลับ หรือเปลี่ยนแปลงไปทางทิศทางอื่น ซึ่งมีความหมาย                   เหมือนกับ คำว่า 可是

                                     5.1.1.8  ใช้ในประโยคปฏิเสธหรือในประโยคย้อนถาม มีความหมายในการเสริมน้ำเสียง



                      5.1.2  คำกริยาวิเศษณ์   มี  6 โครงสร้าง

                                 5.1.2.1  ใช้แสดงถึงความหมายว่า อีกครั้งหนึ่ง (บางครั้งก็หมายถึง ครั้งที่สอง) แสดงถึงการ                        กระทำที่ซ้ำกันในอนาคต

                                5.1.2.2  ใช้แสดงความหมายว่า  ยิ่งขึ้น

                                5.1.2.3  ใช้ในเหตุการณ์ที่ว่า ถ้าการกระทำต่อเนื่องต่อไปก็จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้า...อีก(ละก็)  ถ้าขืน...อีก(ละก็) 

                                5.1.2.4  ใช้แสดงถึงการกระทำอย่างหนึ่งได้เกิดขึ้นหลังจากที่การกระทำอย่างหนึ่งได้

                                                                สิ้นสุดลง

                                 5.1.2.5  ใช้แสดงความหมายว่า  ยังมีการเสริมต่างหากอีก

                                5.1.2.6  ใช้แสดงความหมายว่า   อีก  ต่อเนื่องต่อไปอีก  ปรากฏขึ้นมาอีก



                   5.1.3  ผลของการทำวิจัยจากแบบทดสอบ 

                                 จากการแจกแบบสอบถาม คือ ให้เลือกเติมคำกริยาวิเศษณ์ หรือ   ลงในช่องว่างในประโยคที่เว้นไว้ให้ โดยมีทั้งหมด จำนวน 14 ข้อ  ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 35 คน ปัญหาที่พบมาก คือ นักศึกษายังเลือกใช้ ,再  ไม่ถูกตามหลักการใช้คำกริยาวิเศษณ์,再  และยังสับสนแยกไม่ออกว่าสภาพเหตุการณ์ไหนควรใช้  และสภาพเหตุการณ์ไหนควรใช้    เช่น

                                  5.1.3.1  ในประโยคข้อที่ 8  他又不是什么生客,还用你老陪着吗?แปลว่า “เขาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไรคุณไม่จำเป็นต้องคอยเป็นเพื่อนติดตามอยู่ตลอดเวลานี่นา”   ซึ่ง  มีความหมายว่า “ก็”  ซึ่งในข้อนี้ ใช้ เนื่องจากรูปแบบประโยคนี้  ใช้ในประโยคปฏิเสธหรือในประโยคย้อนถาม มีความหมายในการเสริมน้ำเสียง ในกรณีที่ ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์  ประโยคในข้อนี้เป็นประโยคที่นักศึกษาตอบผิดมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 95 ตอบถูกเพียงแค่ร้อยละ 5 เท่านั้น 

                                  5.1.3.2 ทำผิดมากเป็นอันดับสองคือ  ข้อ 12  咱们看完了这个节目再走。แปลว่า  พวกเราดุรายการนี้แล้วค่อยไปกัน  ซึ่ง  มีความหมายว่า “อีก”   ซึ่งในข้อนี้ ใช้ เนื่องจากรูปแบบประโยคนี้  แสดงถึงการกระทำอย่างหนึ่งได้เกิดขึ้นหลังจากที่การกระทำอย่างหนึ่งได้สิ้นสุดลง ในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์  ผู้ที่ทำผิดคิดเป็นร้อยละ 91 ทำถูกคิดเป็นร้อยละ 9

                                     5.1.3.3 ทำผิดมากเป็นอันดับสามคือ ข้อ 4生活费之外,又发给五块钱做零用。แปลว่า  นอกจากค่าครองชีพแล้วยังได้จ่ายเงินติดกระเป๋าเป็นค่าใช้จ่ายอีก 5 หยวน  ซึ่ง  มีความหมายว่า “อีก”  ซึ่งในข้อนี้ ใช้ เนื่องจากรูปแบบประโยคนี้ แสดงว่า มีการเสริมนอกขอบเขตบางอย่าง ในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์  ผู้ที่ทำผิดคิดเป็นร้อยละ 90  ทำถูกคิดเป็นร้อยละ 10

               

                  สรุปเป็นค่าเฉลี่ยโดยรวมจากนักศึกษาทั้งหมด 35 คน  จากการทำแบบทดสอบ ทั้งหมด  14 ข้อ  โดยคิดเป็นร้อยละ ซึ่งแยกเป็นค่าเฉลี่ยของคนที่ทำผิดในจำนวนนักศึกษา  35 คน คิดเป็นร้อยละ 76 และค่าเฉลี่ยคนที่ทำถูกคิดเป็นร้อยละ 24 จะเห็นได้ว่าร้อยละที่ทำผิดมากกว่าร้อยละที่ทำถูก  แสดงให้เห็นถึงนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักการใช้  คำกริยาวิเศษณ์,再  เป็นจำนวนมาก 



5.2  แนวทางการแก้ไข改善问题方法

แนวทางการแก้ไขปัญหา  การใช้คำกริยาวิเศษณ์,再  ของนักศึกษาไทย ก็คือ  ควรศึกษาโครงสร้างประโยค  หลักการใช้คำกริยาวิเศษณ์,再  ข้อยกเว้นต่างๆของคำกริยาวิเศษณ์,再  และความแตกต่างระหว่างการใช้คำกริยาวิเศษณ์,再  ว่ามีการใช้ที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งอาจจะศึกษาได้จาก  หนังสือประกอบการเรียนต่างๆที่เกี่ยวข้อง  หนังสือไวยากรณ์จีน  พจนานุกรมต่างๆ  และสื่อทางอินเตอร์เน็ต  เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการใช้คำกริยาวิเศษณ์,再  มากยิ่งขึ้น  ซึ่งถ้ามีความรู้ความเข้าใจแล้วก็จะไม่เกิดปัญหาในการใช้ผิด


5.3  ปัญหาและอุปสรรคจากการทำวิจัย研究的问题与阻碍
               
1. ปัญหาด้านข้อมูล คือ  หนังสือที่เกี่ยวกับการใช้คำกริยาคำกริยาวิเศษณ์,再  มีอยู่มากมาย และ ข้อมูลบางเล่มก็แตกต่างกัน จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการเลือกข้อมูลที่ถูกต้องนานพอสมควร
               
2. ปัญหาการเก็บรวบรวมข้อมูลในการทำวิจัย คือ นักศึกษาไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาว่างจึงไม่ให้ความสำคัญในการทำแบบสอบถาม  ไม่ใส่ใจในการทำเท่าที่ควร  บางคนก็ไม่ให้ความร่วมมือหลีกเลี่ยงการทำแบบสอบถาม  จึงเกิดความล่าช้าในการรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้

3. ปัญหาในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ  ในแต่ละขั้นตอนของการทำวิจัย  เพราะต้องทำการวิจัย  วิเคราะห์และสรุปข้อมูลของแต่ล่ะคนในแต่ล่ะข้อจากการตอบแบบสอบถาม แล้วนำหาค่าเฉลี่ยและตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนผลลัพธ์ที่ได้



5.4  ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป研究建议
                จากผลการวิจัยปัญหาการใช้คำกริยาคำกริยาวิเศษณ์,再  ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 35 คน ทำให้ทราบถึงปัญหาการใช้  คำกริยาคำกริยาวิเศษณ์,再  จากกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวเพียงแค่กลุ่มเดียว ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่อง ปัญหาการใช้คำกริยาคำกริยาวิเศษณ์,再  ในภาษาจีน  ควรเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นเพื่อให้งานวิจัยครอบคลุมทุกกลุ่มที่เรียนภาษาจีน  หรือหากต้องการศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติมในเรื่องนี้  ควรจะศึกษาคำว่า,再  ในความหมายที่กว้างขึ้น หรือในรูปแบบหน้าที่อื่น ที่ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ เช่น ในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นศัพท์ย้อนถาม  หรือ ในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน เป็นต้น  เพื่อให้เกิดความหลากหลายในงานวิจัยและเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนให้ดียิ่งขึ้น

没有评论:

发表评论

发表评论