2015年5月19日星期二

ปัญหาการใช้คำบุพบท “朝,向 และ 往”ของนักศึกษาไทย กรณีศึกษา : นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาษาจีนและการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการใช้คำบุพบท 朝,向 และ ของนักศึกษาไทย กรณีศึกษา : นักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาภาษาจีนและการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
Research name  : A study of the problem in using 朝,向 and for thai student  incorrectly : A case study of Chinese major student in Ubonratchathani university.
题目: 泰国学生使用汉语介词 朝,向  的问题研究 : 以泰国乌汶大学中文系四年级学生为例
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประภาพร ศศิประภา
ชื่อผู้นิพนธ์ : นางสาวอมรรัตน์ แซ่จึง
รหัสประจำตัวนักศึกษา 5414401539
..............................................................................................................................
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง     :   ปัญหาการใช้คำบุพบท 朝,向 และ ของนักศึกษาไทย กรณีศึกษา : นักศึกษาชั้นปีที่ 4  สาขาภาษาจีนและการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
คำสำคัญ   :    คำบุพบท  ไวยากรณ์จีน 朝,向 และ การเรียนการสอนภาษาจีน
         คำบุพบททั้งสามคำนี้朝,向 และ มีความหมายคล้ายกันต่างก็แปลว่า ไปยัง ไปทาง บางครั้งสามารถใช้แทนกันได้  กล่าวคือโครงสร้างไวยากรณ์ จะไม่สามารถวางไว้หลังคำกริยาได้และใช้ในรูปแบบประโยคที่ไม่มีการเคลื่อนที่ “向” สามารถวางไว้หน้าหรือหลังคำกริยาได้ และถ้าไม่มีการเคลื่อนที่ “朝และ向”  สามารถใช้แทนกันได้ ส่วน “往” จะไม่สามารถใช้แทนที่กันได้ แต่สามารถวางไว้หน้าหรือหลังคำกริยาได้ เนื่องจากคำบุพบทของทั้งสามคำนี้มีความแตกต่างกันในการใช้ จึงทำให้นักศึกษาไทยเกิดความสับสนในการใช้คำบุพบททั้งสามคำนี้ การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการใช้ไวยากรณ์ “朝,向และ往” ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาษาจีนและการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 27 คน โดยการทำแบบทดสอบ แบ่งออกเป็นส่วนที่  1 คือ เลือกตอบ 朝,向 และ  จำนวน 20 ข้อ และส่วนที่ 2 ข้อใดใช้คำบุพบทได้ถูกต้อง จำนวน 10 ข้อ รวมทั้งหมด 30 ข้อ
          ผลการศึกษาวิจัย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาษาจีนและการสื่อสาร มีปัญหาการใช้ไวยากรณ์คำบุพบท 朝,向และ ในแบบทดสอบโดยนักศึกษาตอบถูกทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 33.3% และตอบผิดทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 66.7% โดยในแบบทดสอบส่วนที่ 1 คือ เลือกตอบ 朝,向 และ  พบว่านักศึกษาตอบผิด คิดเป็นร้อยละ 65 สาเหตุที่นักศึกษาตอบผิด คือ ยังไม่มีความเข้าใจวิธีการใช้ไวยากรณ์ทั้งสามคำนี้และในหนังสือเรียนมีเนื้อหาไวยากรณ์ เป็นจำนวนน้อย และในแบบทดสอบส่วนที่ 2 คือ วิเคราะห์ความถูกต้องของการใช้คำบุพบท พบว่านักศึกษาตอบผิด คิดเป็นร้อยละ 70 สาเหตุที่ตอบผิด คือ ไม่เข้าใจความหมายของประโยคและเกิดความสับสนในการแปลความหมายคำบุพบทระหว่างและ จากการทำแบบทดสอบโดยรวมนักศึกษามีปัญหาการใช้ไวยากรณ์ 朝,向 และ คิดเป็นร้อยละ 70
          แนวทางแก้ไขปัญหาคำบุพบทไวยากรณ์ 朝,向และ คือ ผู้เรียนภาษาจีนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้คำบุพบทจีนโครงสร้างและวิธีการใช้คำบุพบท朝,向และ เพิ่มมากขึ้นและฝึกทำแบบฝึกหัด หาตัวอย่างที่หลากหลายนอกจากหนังสือเรียน ผู้เรียนควรนำคำบุพบทมามาสนทนา เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วในการใช้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังสามารถเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการใช้คำบุพบท 朝,向และของนักเรียนไทยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                         ..............................................................................................................................


摘要


题目        泰国学生使用汉语介词 “朝,向 往”  的问题研究 : 以泰国乌汶大学中 文系四年级学生为例
关链词    介词,汉语语法,“朝,向 往”,对外汉语教学
                    “朝,向 往”  三个汉语介词意义相同都表示方向,有时可以互换,但有时不可以,因为在某些句子中如果互换,会使句子语法结构发生变化。例如 “朝”在句中都在动词的前面 可以放在动词的前或后,如果 谓语为非移动的静态动词时,只能用“朝、向”,不能用 “往”但“往”放在动词的前后都可以。研究方法是对乌汶大学人文学院中文专业的学生进行 “朝,向 往”  使用方法的问卷调查研究,研究对象是四年级的  27位学生。问卷调查分为两部分:第一部分是“朝,向 往”  的语法结构使用方法调查,一共20 ;第二部分是 “朝,向 往”  作为介词的使用方法调查,一共10题。
                    从问卷调查中得知,调查结果显示,大学四年级学生全部答对的占 33.3%, 全错的占 66.7% 。发现学生在问卷调查的第一部分:“朝,向 往”  的语法结构使用方法调查,答错的占65%,原因是在书上拥有的内容不太多以及学生不明白句子的用法。第二部分:“朝,向 往”作为介词的使用方法调查,答错的占70%,原因是不明白句子的意思,不清楚 ”的用法,所以不确定应该用哪个才正确。另外学生做问卷调查得知,“朝,向 往”的使用方法,错误的占  70%。从学生答问卷的情况来分析,答错的原因是学生不够了解“朝,向 往” 的语法结构与使用方法。
         要解决使用汉语介词“朝,向 往”语法问题的方法是:学习 “朝,向 往” 的语法结构和使用方法,以便明白其意思和常做练习除此之外,学生还要在其他书上学习其他介词为了能正确使用介词学生应该多做会话。研究还会解决泰国学生使用介词“朝,向 往”的问题,以有助于今后的汉语教学

没有评论:

发表评论